โรคสุกใส เกิดขึ้นอย่างไร รุนแรงหรือไม่ ป้องกันอย่างไร?

19 June 2019
302 view

โรคสุกใส

โรคสุกใสเกิดจากอะไร

โรคสุกใสเป็นการติดเชื้อไวรัส ที่ชื่อว่า varicella zoster ค่ะ ชื่อยาวหน่อย ข้ามมันไป อิอิ ซึ่งสุกใส โดยปกติจะไม่เป็นซ้ำค่ะ เพราะเจ้าเชื้อนี้ ถ้าเป็นครั้งแรกจะเกิดเป็น "สุกใส" หลังจากนั้นเชื้อนี้จะไปแอบที่ปมประสาท พอร่างกายเราอ่อนแอเมื่อไรมันจะกลับมาใหม่ในรูปแบบของ”งูสวัด”แทนค่ะ

โรคสุกใสติดต่อ แพร่เชื้อ ได้อย่างไร?

ติดต่อโดยการสัมผัสตุ่ม  และการหายใจเอาละอองน้ำมูกของผู้ป่วยเข้าไปค่ะ เด็กจึงติดกันง่ายมาก บางครั้งเพื่อนร่วมชั้นจาม ติดกันไปทั้งห้องได้เลยค่ะ คนที่เป็น สามารถแพร่เชื้อตั้งแต่ก่อนตุ่มขึ้น 1 วัน ไปจนถึงวันที่ตุ่มตกสะเก็ดหมดค่ะ การป้องกันที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเด็กป่วยค่ะ

โรคสุกใสอันตรายไหม มีอาการแทรกซ้อนหรือไม่?

ตัวสุกใสเอง ปกติจะเป็นประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นตุ่มจะค่อยๆ แห้งตกสะเก็ดไปเอง ส่วนน้อยที่มีภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัว เช่น

  1. ติดเชื้อแทรกซ้อน ส่วนใหญ่พบในเด็กที่ไม่รักษาความสะอาด ทั้งแคะแกะเกา ทำให้เชื้อโรคจากเล็บมือ ลุกลามเข้าสู่ผิวหนังได้ค่ะ
  2. สมองอักเสบ เจอน้อยมากค่ะ เด็กจะมีอาการซึมมากผิดปกติ หรือชัก
  3. เดินเซ เป็นจากสมองส่วนควบคุมการทรงตัว เด็กจะมีอาการเดินเซ พูดไม่ชัด ตากระตุก ซึ่งจะหายภายใน 24 - 72 ชม.
  4. โรคเรย์ (Reye syndrome) มักเกิดจากคนไข้ที่กินยาในกลุ่มลดไข้สูง เช่น แอสไพริน หรือบรูเฟน ทำให้ตับวาย ร่วมกับมีอาการทางสมอง ชัก หมดสติ และเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงไม่ควรซื้อยาลดไข้สูงทานเองนะคะ ยาลดไข้ที่ปลอดภัยคือ พาราเซตามอล ร่วมกับการเช็ดตัวค่ะ
  5. ปอดบวม คือ เชื้อสุกใสลงปอด จะมีอาการไอหอบ เจ็บหน้าอก มักเกิดในเด็กที่มีโรคประจำตัว ภูมิต้านทานต่ำ

โรคสุกใสรักษาได้อย่างไร หมอแอมมีคำตอบ!!!

มียาฆ่าเชื้อชื่อ Acyclovir ซึ่งจะให้ในเด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น มะเร็ง ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เด็กทารกแรกเกิด ผู้ที่มีอาการรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วย หรือผู้ที่อายุมากกว่า 12 ปี (เพราะสุกใสในผู้ใหญ่มักรุนแรงกว่าในเด็กค่ะ)

ดังนั้นในเด็กปกติ ที่มีแค่ตุ่มขึ้น ทานได้ เล่นได้ อาการทั่วไปไม่รุนแรงจึงไม่ต้องทานยาได้ค่ะ เนื่องจากสุกใสจะหายได้เองใน 1 สัปดาห์ และตัวยาเองก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน

บทความโดย: พญ.พรนิภา ศรีประเสริฐ (กุมารแพทย์)

 

ติดตามเรื่องเด็กๆ by หมอแอม ตอบทุกปัญหาเกี่ยวกับเด็ก
ในรูปแบบ VDO "ทุกวันพฤหัสบดี" ได้ที่ ช่อง youtube : Mamaexpert official

บทความที่เกี่ยวข้อง